ormkwansanasen
Sudsubdah
February 2002
The One
page
120-122
 
  back to press

 

อ้อมขวัญ  สาณะเสน

จับความคิดมาใส่แจกัน

จริงอยู่ว่า......นามสกุล สาณะเสน ของเธออาจดูคุ้นหูอยู่ไม่น้อย  แต่ที่เธอกำลังได้รับการกล่าวขวัญอยู่นี้  หาใช่เพราะความเป็นทายาทของศิลปินใหญ่อย่างอาจารย์อวบ  สาณะเสน  เพราะอ้อมขวัญมีดีและน่าสนใจกว่านั้น  โดยเฉพาะความเข้มข้นของเลือดศิลปินที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ  แม้เธอจะไม่ได้เป็นจิตรกรอย่างที่ร่ำเรียนมา  แต่เธอก็เลือกที่จะถ่ายทอดความเป็นศิลปะผ่านดอกไม้ที่บอบบางโดยเป็น  Senior  Florist  ให้กับWild  At  Heart ร้านดอกไม้ที่ชื่อว่าเทรนดี้ที่สุดในลอนดอน อยู่เกือบ 3 ปี

ลูกค้าแต่ละรายของเธอนั้นกล่าวได้ว่า ล้วนมีชื่อระดับโลก  อาทิ  Louis Vuitton, Cerutti, Chanel, Hermes, Tiffany at Harrods, Ralph Lauren, Ogilvy and Mather ฯลฯตอนนี้เธอกลับมาปักหลักที่บ้านเกิด  สมัครใจเป็นนักจัดดอกไม้อิสระที่มีสไตล์ของตัวเองเด่นชัด คือ.......

“ Simple But Elegant ”

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นั้น  ชีวิตหลังรั้วมหาวิทยาลัย Kingston ของเธอที่ลอนดอนใช่จะง่ายอย่างที่คิด เธอผ่านงานมาหลายรูปแบบ  ทั้งเป็นผู้จัดการร้านเสื้อผ้า  ทำร้านอาหาร  และงานสารพัน  ก่อนจะมาลงตัวที่ร้านดอกไม้ The Gate Florist “ พอดีที่ร้านอยากได้ลูกมือช่วยช่วงคริสต์มาส อ้อมเองก็ชอบดอกไม้และเรียนจิตรกรรมมาก่อน  มันก็ช่วยเรื่องสี เรื่องฟอร์ม 

ทำไปๆ เอ๊ะ ชักสนุก แล้วเราก็ยังขียนรูปไปได้ด้วย  แต่พอคิดจะทำจริงจังเราก็อยากได้อะไรที่มันมีโอกาสก้าวหน้า  อ้อมก็เขียนใบสมัครไปที่ร้าน Wild At Heart ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านเดิมเขาก็รับเข้าทดลองงาน  3  เดือนทันที  ท่าทางเราคงจะเข้ากับร้านเขาได้"  เธอกล่าวอย่างถ่อมตัวพร้อมใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม

นโยบายของร้านนี้ไม่ได้อยู่ที่ยูเก่งมาจากไหน แต่อยู่ที่ว่ายูต้องทำดอกไม้ได้ และเข้ากับคนที่ทำงานได้ เขาต้องการความเป็นทีม เพราะร้านเขาเล็ก แต่โปรไฟล์งานใหญ่มาก หมายถึงว่าลูกค้าเขาดีมาก ทำงานแรกๆนี่ได้แค่เด็ดใบอย่างเดียว  ต้องมาเริ่มเบสิกใหม่  เพื่อเรียนรู้สไตล์เขา เป็นจูเนียร์ก่อน แต่ร้านนี้น่ารักอย่างหนึ่ง คือ ไม่มีการดูถูกกันว่าเธอเป็นจูเนียร์  ขณะที่ร้านอื่นจะมีการดูถูกกันเยอะ แต่ก็ทำงานลำบาก เพราะร้านเป็นเอ๊าท์ดอร์ คือต้องทนแดดทนฝน ทนสภาวะอากาศ หน้าหนาวยืนทำดอกไม้จะลำบากมาก  พอมือชาก็ต้องไปผิงไฟแล้วกลับมาทำงานต่อ และงานหนักมาก  คนจึงอยู่ไม่ค่อยทน  เราเคยอยู่ร้านเล็กที่มีออร์เดอร์แค่วันละ 12- 15 ช่อ  แต่ Wild At Heart วันละ 50 ช่อ ซึ่งร้านมีคนหลักๆแค่ 5-6 คน  แต่กว่าอ้อมจะได้เป็น  Senior  Florist ก็นานนะ คือ จากทีเด็ดอยู่เรื่อยๆ  พอว่างเขาจะให้ดอกไม้เก่าๆเราลองมัดช่อหรือถ้าคนไม่พอ เขาจะให้ลองทำ 3-4 ช่อ แล้วเช็คว่าเราทำดีหรือเปล่า ไม่ถึงปีก็ได้เป็นซีเนียร์  ความที่เขารู้ว่าเราไม่ไปไหน  ทำงานก็ตรงใจเขา  เลยได้มอบหมายความ รับผิดชอบเร็วขึ้นด้วยความที่เราชอบลอง  จึงไปขอเขาทำงานคอนแทร็คท์  คืองานสัญญาจัดดอกไม้กับลูกค้าใหญ่ๆซึ่งต้องจัดให้เขาทุกอาทิตย์  

ทุกเช้าวันจันทร์อ้อมต้องตื่นตีสองครึ่งเพื่อไปเอาดอกไม้ที่ตลาดตอนตีสาม และเริ่มคอนแทร็คท์แรกภายในตีสี่  ก่อนที่อ้อมจะกลับมา  อ้อมมีคอนแทร็คท์ประมาณ 10 ราย  ซึ่งต้องทำให้เสร็จก่อนเที่ยงวัน  แล้วแต่ละรายก็จะแตกต่างกันอย่างบริษัท Colefax and Fowler เขามีแจกันใบเดียวแต่ใบใหญ่ขนาดนี้ ( ผายมือให้ดูว่าใหญ่เป็นวา )  ไม่มีลูกมือค่ะ  ต้องเอาดอกไม้เก่าไปทิ้ง  หิ้วแจกันไปล้างแล้วจัดใหม่  และเก็บกวาดให้เรียบร้อย  แจกันใบเดียวใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง

หรือที่ Rainy Kelly Campbell มีแจกันถึง 12 ใบ ก็จะใช้เวลามาก เสร็จก็วิ่งไปทำที่อื่นต่อ รายใหญ่ อีกรายที่อ้อมดูแลคือ Wood River Cruises เรือล่องแม่น้ำเทมส์  นี่เฉพาะวันจันทร์นะ งานสนุกดีแต่ก็เหนื่อยซึ่งงานเหล่านี้ต้องพิถีพิถัน ไม่ให้เหมือนกันทุกอาทิตย์ด้วย

เราต้องรู้จักลูกค้า  ว่าชอบแบบไหน  ไม่ชอบอะไร  สไตล์ยังไง  เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ  มันขึ้นกับประสบการณ์จริงๆ  และที่สำคัญคือต้องเนี้ยบ  แม้เราจะจัดแจกันง่ายๆ  แต่เราไปทำที่เขาเนี่ย  เราต้องเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อย หยดน้ำต้องไม่มีนะ  อ้อมเป็นคนอย่างนั้นด้วย  คิดว่าที่ร้านเขาก็ชอบเราตรงนี้

               

บริการก็สำคัญมาก  อ้อมว่าคนไทยขาดตรงนี้ ที่นู้นเขาจะรู้หมดว่าบ้านลูกค้ามีแจกันกี่ใบ ชอบดอกอะไร แพ้ดอกอะไร  อย่างอ้อมทำดอกไม้ให้ออฟฟิศ  แม้คนที่นั่งตรงรีเซ็ปชั่นเขาจะไม่ได้สั่งดอกไม้  แต่ถ้าเขาแพ้ลิลี่ เราก็จะไม้ทำลิลี่ให้  มันขึ้นกับว่าเราสนใจรึเปล่าด้วย  แต่อ้อมว่าการสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ มันทำให้เก็บลูกค้าอยู่      

 

ไม่ว่าใครเดินเข้ามาในร้าน  เราจะต้อนรับเหมือนกันหมด แถว Westbourne Grove เนี่ย  ดาราเดินกันตรึม  Robbie Williams อยู่ข้างๆ Damon Albarn วง Blur อยู่ตรงข้ามร้าน ก็จะสนิทกับที่ร้าน เคยมีลูกค้าคนหนึ่งแต่งตัวโทรมมากมาซื้อดอกไม้เราก็ต้อนรับปกติ  สรุปเขาใช้เงินไป 300 กว่าปอนด์ ปรากฎเป็นเมียของ Jonathan Newhouse ซึ่งเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของ Conde Nast International Publication ซึ่งทำนิตยสาร Vogue”

อย่าง Victoria Beckham ( หัวเราะ ) โปรไฟล์ใหญ่จริง แต่สไตล์เขาไม่เหมือนสไตล์เรา เขาหวือหวากว่า  แต่เราจะเรียบๆ สวยคลาสสิกกว่าเราก็ไม่รับงาน  เราไม่ได้ห่วงว่า  อุ๊ยตาย  เราเสียลูกค้าคือวิกตอเรีย Spice Girlsไม่สน  เพราะเราก็มีลูกค้าอื่นที่เขาชอบงานเรา เมื่อถามว่าคนอื่นติดใจสไตล์การจัดดอกไม้ของเธอตรงไหน เธอตอบแบบง่ายๆว่า เพราะเรามีหลักในการจัด  คืออะไรที่ง่าย  แต่ดูดี  ส่วนมากที่อ้อมทำคืออะไรที่เป็นสีโทนเดียวกัน  เฉดเดียวกัน ไม่ก็แบ่งเป็นสองสี  มันจะเรียบร้อย  แต่จะดูสวย การใช้ดอกไม้ประเภทเดียวกันหมดก็สวย  อธิบายง่ายๆ คือ Simple แต่ดู  Elegant ค่ะ อ้อมชอบอะไรง่ายๆ แต่ต้องเข้ากับสถานที่ที่จะจัดด้วยนะ

การจัดดอกไม้สำหรับอ้อมมันไม่มีผิดถูก  ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการใช้มันเพราะอะไร  และเพื่ออะไร ยากง่ายขึ้นอยู่กับตัวเรา อย่างถ้าจัดดอกไม้ในบ้านจะคิดมากทำไม  ตัดจากหน้าบ้านก็ได้  ต้นเข็ม  พลับพลึง  เพราะดอกไม้มันสวยอยู่แล้ว  ไม่จำเป็นต้องไปทำอะไรมาก  แต่ถ้าจะมีปาร์ตี้  เราไปซื้อดอกไม้ง่ายๆมาทำก็ได้  ขอแค่ให้มีความเรียบร้อย เวลาใส่แจกันก็ลิดใบ  จะดูดีกว่าการพยายามทำอะไรที่เกินตัวแล้วออกมาไม่ดี  คือบางทีเขาคิดมากเกินไปจนไม่ดูรายละเอียดจุกจิกคิดแต่ว่าฉันจะทำหรูเลิศ

อย่างล่าสุดอ้อมไปเห็นงานหนึ่งที่ศูนย์วัฒนธรรมฯหน้างานมีรถ BMW ราคา 9 ล้านโชว์อยู่  ข้างๆมีแจกันดอกไม้ตั้ง มีลิลี่ปักซะสวย แต่ผูกติดกับไม้เสียบลูกชิ้น  ความที่เราเป็นคนจัดดอกไม้ รู้สึกมันดูแย่มาก ( เน้นเสียง  )  น่าเกลียดมาก ( หัวเราะ ) สอบตกเลย  เจ้านายไล่ออกทันที  คนไทยทำงานไม่ค่อยเรียบร้อย ไม่ละเอียด แล้วไปคิดมากเรื่องอื่น แต่อะไรง่ายๆทำไม่เป็น  ไม่เข้าใจ

เราต้องคำนึงถึงโอกาสและสถานที่ก่อน  จัดไปเพื่ออะไร  ลูกค้าชอบดอกไม้อะไร  ถ้าเขาชอบอะไรที่หวือหวาซึ่งไม่ใช่สไตล์อ้อม ก็จะแนะนำให้ไปหาคนอื่นดีกว่า  อีกอย่างเราต้องรู้ว่าดอกไม้เรามีหน้าที่ทำอะไร  อย่างจัดดอกไม้ให้ร้านเสื้อ  เขาไม่ได้ขายดอกไม้เรา  ฉะนั้นดอกไม้ต้องดึงดูดลูกค้าที่เข้ามาดูดี  แต่ไม่ต้องข่มของของเขานะ


 การเตรียมตัวก็สำคัญมาก  โดยเฉพาะงานแต่งงานใหญ่ๆ  ต้องเตรียมกันเป็นอาทิตย์ พูดกับลูกค้าเป็นเดือนเพราะต้องซื้อดอกไม้ให้พอ  มีคนช่วยพอมั้ย  ใช้เวลาเท่าไหร่ เพราะทุกอย่างมันต้องทำคืนก่อนวันงาน มันไม่มีสิทธิ์ทำก่อนล่วงหน้า 3 วัน

 

ที่อ้อมเลิกทำงานที่นู่นก็เพราะงานรัดตัวจนไม่มีเวลาทำงานสร้างสรรค์  ไม่มีเวลามานั่งลองวัสดุใหม่ๆ แต่ถ้าทำฟรีแลนซ์โดยไม่มีร้าน  เรามีเวลาทุ่มให้กับลูกค้าเต็มที่  ได้ครีเอทีฟมากขึ้น เธอให้เหตุผลถึงการ

หันมาเป็นฟรีแลนด์จัดดอกไม้ที่นี่ ตอนนี้อ้อมก็ใช้แกลเลอรี่ของคุณพ่อที่เดอะพรอมานาดเป็นที่รับงาน

 
ไปก่อน  ที่ผ่านมาอ้อมก็ไปเจาะตลาดกุหลาบที่เชียงใหม่  จะมาหวังแค่กุหลาบปากคลองตลาดไม่ได้  คุณภาพแย่มาก  ไม่อยากใช้กุหลาบนอก เพราะอ้อมไม่ชอบใช้ของแพง  ถ้ามันจำเป็นสำหรับอะไรสักอย่าง  มันโอ.เค   แต่ถ้าไม่จำเป็นอ้อมว่ามันฟุ่มเฟือย  เพราะดอกไม้นี่ซื้อมามันก็ตายไป 

จริงๆ ดอกไม้ในเมืองไทยมีให้ลองใช้เยอะมาก แต่ว่ามันไม่ได้ปลูกไว้สำหรับปักหรือจัด  อ้อมจะชอบลองใช้ดอกไม้ที่บ้าน  ยี่โถ ดอกเข็ม ล่าสุดที่อ้อมลอง คือ หิรัญญิการ์ เป็นไม้เลื้อยสีขาว เหมือนลิลี่เลย มีกลิ่นหอม แต่ปักแล้วยังไม่ค่อยอยู่  ต้องหาวิธีทำให้มันอยู่  หรือดอกที่ใช้ประจำอย่างกุหลาบ  เอามาทำฟอร์มนู้นฟอร์มนี้ได้  อย่าไปยึดว่ากุหลาบต้องใช้อย่างนี้เท่านั้น  ให้นึกว่าดอกไม้คือวัตถุดิบของภาพเขียน คือสีต่างๆที่เรานำมาใช้ อ้อมว่ามีดอกไม้อีกเยอะที่คนไทยยังไม่ได้ใช้

 

การจัดดอกไม้เป็นอะไรที่สนุก  แต่เหนื่อย  ใครที่เห็นว่า อุ๊ยตาย  ชีวิตมีความสุขเหลือเกินได้อยู่กับดอกไม้ขอบอก  เป็นอาชีพที่เหนื่อยมาก ( เน้นเสียง ) ตื่นก็เช้า ถ้าไม่รักจริงไม่แนะนำให้ทำเลย  มือก็แหกหมด (หัวเราะ ) ความที่อยู่กับน้ำ อยู่กับขี้ดินตลอด เยินมาก ไม่กล้าให้ใครดู นี่แม่ยังบ่นอยู่เลยว่า  ฉันไม่รู้เธอทำไปทำไม  เหนื่อยก็เหนื่อย เงินก็น้อย ( ดัดเสียงสูง ) แต่อ้อมทำด้วยความสนุกค่ะ

คนที่รักจริงมันจะมี passion น่ะ แต่ก็มีอีกพวกที่ทำเป็นอาชีพ เขาก็ทำไปอย่างนั้นๆ  พวกนี้จะไม่สนุกอ้อมชอบใช้กุหลาบจัดมาก  อ้อมว่าฟอร์มมันสวยดี  ใช้ง่าย  

 

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการจัดดอกไม้คือ  ความเรียบร้อยถ้าเอาดอกไม้โง่ๆ เป็นกำมาปักลงแจกันกับการเด็ดเอาใบออกให้ดูเรียบร้อยก่อนปัก  มันจะต่างกันเยอะมาก  คือต่อให้จัดดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่เรียบร้อยก็หมด เหมือนแต่งตัวสวยๆแล้วเห็นสายเสื้อชั้นในน่ะ

ที่สังเกตตอนนี้บ้านเราจะชอบจัดสไตล์ญี่ปุ่น อ้อมว่าถ้าเวิร์คมันก็สวยดี  ถ้ามันไม่เวิร์คก็ดูแปลกๆ แต่สำหรับอ้อมแล้ว ไม่มีผิดไม่มีถูกค่ะ แล้วแต่ชอบ จัดตามใจเรา สวยไม่สวยมันก็ดูได้ แต่เราทำมาเยอะ ก็เลยรู้ว่าอันไหนสวย ไม่สวยแต่การจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นที่เรียกว่าอิเคบานะ  อ้อมทำไม่เป็นนะ อ้อมว่ามันเป็นอะไรที่ต้องเรียนดีๆ ไม่รู้เวลาเขาจัดกันเขารู้จริงรึเปล่า ถ้าอ้อมไม่รู้จริงๆ อ้อมจะไม่จัดเด็ดขาด

                .......เชื่อว่าอีกไม่ช้าไม่นาน   อ้อมขวัญ  สาณะเสน  คงจะได้ชื่อว่าเป็นมือจัดดอกไม้ที่ได้รับการตามตัวมากที่สุดคนหนึ่งในวงการเป็นแน่.....

Photo: ชัยชนะ สิมะเสถียร  Story: Anakin 
© Ormkwan Sanasen 2008