|
ormkwansanasen |
Praew May 2004 ผลัดกันเขียน page 252-253 |
|
|
|
|
|
ดอกไม้ในชีวิตของ..อ้อมขวัญ สาณะเสน
ชีวิตของอ้อมผูกพันกับดอกไม้มาตั้งแต่เด็ก ภาพที่เห็นเป็นประจำคือ ตื่นเช้ามาคุณแม่จะออกไปตัดดอกไม้มาจัดแจกัน ส่วนคุณพ่อจะถ่ายรูปเก็บไว้แล้วค่อยเขียนรูปทีหลัง โตขึ้นมาอายุสัก 16 -17 ปีได้เริ่มขายดอกไม้เป็นครั้งแรกเพราะอยากทำอะไรเล่นช่วงปิดเทอม ตอนนั้นบ้านอยู่สาทรข้างหอศิลป์ พีระศรี ทำเลดี มีฝรั่งอยู่เยอะ คุณแม่เลยลงทุนซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาดแต่เช้า แล้วมาแยกขายเป็นกำ ๆ ไม่ได้จัดช่ออะไรเลย ทำอยู่แค่ปิดเทอมเดียวก็เลิก หันไปทำอย่างอื่นแทน จนอ้อมไปเรียนอังกฤษ จึงเริ่มมองการใช้ดอกไม้เปลี่ยนไป คนไทยมองดอกไม้เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย อย่างมากก็ซื้อดอกไม้ถวายพระ ไม่ใช่ซื้อเพื่อประดับบ้าน นอกจากนี้จะมีโอกาสพิเศษ แต่คนที่โน่นออกไปซื้อหนังสือพิมพ์วันอาทิตย์ก็จะซื้อดอกไม้มาหนึ่งช่อด้วย กลับบ้านก็เอาปักแจกันวางบนโต๊ะ แล้วจิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ที่บ้าน หรือเวลาแวะไปหาเพื่อนก็จะซื้อดอกไม้ไปฝากหนึ่งช่อ ไม่จำเป็นต้องแพง อาจเป็นทิวลิปหรือแดฟโฟดิลเป็นมัด ๆ แต่คนไทยจะเน้นของกิน ผลไม้ หมูป้งปิ้งมากกว่า แต่ที่มายึดเป็นอาชีพเพราะความบังเอิญปีที่อ้อมกลับเมืองไทยเป็นช่วงไอเอ็มเอฟพอดี จะยึดอาชีพเขียนรูปขายก็คงไม่ไหวเพราะขนาดเงินจะซื้อข้าวยังไม่มีเลย แล้วใครจะเอาเงินมาซื้อรูปกันเลยตัดสินใจกลับไปหางานทำที่อังกฤษ ได้งานที่ร้านดอกไม้เริ่มจากที่ไม่มีพื้นฐานการจัดดอกไม้เลย มีแต่ความรู้เรื่องสีและองค์ประกอบจากที่เรียนศิลปะมา บวกกับคอมมอนเซ้นส์ แรก ๆ ผึกจากการสังเกตคนอื่นก่อน แล้วค่อยลองฝึกจัดช่อกับดอกไม้ที่เริ่มเน่าแล้ว พอทำเป็นก็ค่อย ๆ ขยับไปจัดช่อจริง ซึ่งการทำที่ร้านต้องอาศัยความเร็ว ไม่สามารถประดิดประดอยเหมือนจัดที่บ้านได้ ผู้จัดการร้านจึงใช้วิธีกดดันพวกเรา เช่น เร็ว ๆ เข้า เอลตัน จอห์น จะไปขึ้นเครื่องแล้ว เห็นไหม รถลีโมรออยู่หน้าร้านแล้วนะ... พอฝีมือเริ่มเข้าที่ อ้อมสมัครไปทำงานที่ร้าน Wild at Heart ซึ่งเป็นร้านดอกไม้ที่เทรนดีที่สุดในลอนดอน แต่ทำงานที่นี่ต้องนับหนึ่งใหม่หมด เริ่มจากกวาดเศษดอกไม้ใบไม้ แล้วค่อย ๆ เรียนรู้สไตล์ของร้าน ซึ่งเน้นดอกไม้อังกฤษ จัดเป็นแนวคันทรี่เรียบง่ายไม่ยุ่งยาก อ้อมอยู่ที่ร้านนี้ห้าปีจนมีลูกค้าประจำ แต่ที่ปลื้มมากคือ มีโอกาสได้จัดช่อถวานปริ๊นเซสไมเคิลออฟเคนต์ ท่านเดินดุ่ม ๆ เข้ามาสั่งที่ร้านเอง พอจัดเสร็จ ท่านตรัสชมว่าสวยมากแต่มีเหมือนกันที่เจอลูกค้าเจ้าอารมณ์ อย่าง บ.ก. ของนิตยสารตกแต่งเล่มหนึ่ง วันดีคืนดีเธอโผล่มาบอกว่าอยากได้ดอกไม้สีขาวล้วนหนึ่งช่อ โชคร้ายที่วันนั้นไม่มีใครว่างนอกจากอ้อมหลังจากจัดไปได้สักพัก เธดก็เดินเข้ามาบอกว่า น่าเกลียดจังเลย แค่นั้นยังไม่พอ เธอยังติโน่น สั่งให้ปรับนี่ พอแก้ให้แล้วก็ยังไม่พอใจ บ่นไ ม่หยุด จากที่เป็นคนใจเย็น อ้อมเริ่มคุกรุ่นในใจแต่พยายามคุมอารมณ์แล้วแอบคิดว่า ..นี่เธอจะเอาอย่างไรกันแน่ จนเพื่อนอีกคนเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ บอกว่าเดี๋ยวเขาดูแลเอง แต่พอสิบนาทีผ่านไป เขากลับเริ่มกำหมัดเสียเอง ในที่สุดไดเร็คเตอร์ของร้านต้องเข้ามาจัดการ พอลูกค้าไปแล้ว เธอเข้ามาบอกว่าอย่าคิดมาก ไม่ใช่ว่าเราทำงานไม่ดี แต่ลูกค้าคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความจู้จี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอเป็นอย่างนี้กับทุกคนยกเว้นช่างจัดดอกไม้ขาประจำของเธอ ซึ่งวันนั้นไม่อยู่ นอกจากงานจัดดอกไม้หน้าร้านแล้ว อ้อมยังขยับมารับงานคอนแทร็คท์ด้วย คือการจัดดอกไม้ให้โรงแรม ออฟฟิศ หรือบูติกสโตร์อาทิตย์ละครั้ง แรก ๆ ทำกับร้านอาหารใกล้ ๆ ก่อน แล้วค่อยรับงานใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Chanel, Burberry, Cerutti, Tiffany, Ogilvy and Mather ฯลฯ
|
|
| Photo: อิทธิศักดิ์ บุญปราศภัย |
Story: อ้อมขวัญ |
| © Ormkwan Sanasen 2008 |