ormkwansanasen
House and Garden
January 2004
รสนิยม
page 234-236
 
  back to press
ดอกไม้ในแจกัน
ของ คุณอ้อมขวัญ
  สาณะเสน
 

 

 ในงานบ้านสวนแฟร์  2003  ที่ผ่านมา  เราได้จัดประกวด  การจัดแจกันด้วยวัสดุธรรมชาติ ซึ่งหนึ่งในคณะกรรมการที่เป็นนักจัดดอกไม้มืออาชีพนั้นก็มี  คุณอ้อมขวัญ  สาณะเสน  รวมอยู่ด้วย

รสนิยม ฉบับนี้เราจึงตามมาพูดคุยกับคุณอ้อมขวัญถึงดอกไม้และแจกันในมุมมองของเธอ  เรานัดพบกันที่แกลเลอรี่ของอาจารย์อวบ  สาณะเสน คุณพ่อของเธอที่ชั้น 3  เดอะพรอมานาดพลาซ่า

เมื่อก้าวเข้ามาในร้านเราก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกสดชื่นจากสีสันและกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดที่จัดวางอย่างกลมกลืน  ประกอบกับบรรยากาศในร้านที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกเก่าๆ ที่อบอุ่น  ห้อมล้อมด้วยงานศิลปะซึ่งเป็นผลงานของอาจารย์อวบนั่นเอง

คุณอ้อมขวัญต้อนรับเราด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะที่บ่งบอกให้เรารู้สึกถึงความเป็นคนอารมณ์ดีตลอดการพูดคุย เราเริ่มทักทายและพูดคุยกันโดยมีดอกไม้และแจกันในร้านเป็นจุดเริ่มต้น วันนี้เล่นกับแจกันค่ะ  เป็นแจกันเรียบๆ ที่หาซื้อได้ง่าย ซึ่งถ้าแยกอยู่โดดๆ อาจจะดูธรรมดา  ไม่มีอะไร  แต่เราจัดให้มาอยู่รวมกันเยอะๆ ซึ่งแจกันแต่ละใบจะมีรูปทรงต่างกัน  แต่ก็มีลักษณะที่เข้ากันได้ คือเป็นแก้วใสเหมือนกัน  อ้อมคิดว่าการจัดดอกไม้ไม่จำเป็นต้องวิ่งไปหาแจกันแพงๆ มาจัดก็ได้  แจกันธรรมดาก็จัดให้สวยได้  แม้ว่าแจกันราคาแพงคุณภาพของแก้วจะดีกว่าและมีส่วนช่วยให้ดอกไม้ดูดีขึ้นบ้างก็ตาม

สำหรับอ้อม  แจกันเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพอยู่แล้ว จริงๆก็อยากสะสมแจกันสวยๆ งามๆ เหมือนกัน  แต่บ้านยังไม่ค่อยอำนวย  แจกันที่มีอยู่จึงเป็นแจกันที่ใช้งานจริงๆ  ซึ่งแจกันที่เราเลือกมาใช้งาน ส่วนมากจะเลือกที่รูปทรงง่ายๆ เรียบง่าย ใช้ได้ในทุกๆสถานการณ์และสถานที่ เพราะคอนเซ็ปต์ของการจัดดอกไม้สไตล์ของเราคืออะไรที่มันเรียบง่าย  และที่สำคัญคือเข้ากับสถานที่ เพราะงานของอ้อมส่วนมากจะเป็นงานที่จัดเพื่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่งโดยเฉพาะ

                

สำหรับดอกไม้ก็เลือกดอกไม้ที่หาได้ง่ายอีกเช่นกัน  เป็นดอกไม้หลากหลายชนิด  ไม่ว่าจะกล้วยไม้  หน้าวัว  หรือกุหลาบ  แล้วนำมาจัดวางสีสันและรูปทรงให้อยู่ด้วยกันได้ กลุ่มแจกันดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะและตู้นั้นทำให้บรรยากาศในร้านดูไม่ธรรมดาและแปลกตาขึ้น  เราจึงถามไถ่คุณอ้อมถึงดอกไม้ที่บ้านของเธอบ้าง

 

จริง ๆ ที่บ้านไม่ค่อยมีดอกไม้ด้วยซ้ำไปค่ะ  เพราะที่บ้านไม่มีสวนคือถ้าอยู่ที่บ้าน คุณพ่อเราจะตัดดอกไม้จากในสวนแล้วเอามาปักแจกันไม่ชอบที่จะต้องวิ่งออกไปเพื่อจะไปซื้อดอกไม้มาจัด  แม้แต่เวลามีงานที่บ้านก็ไม่ได้ต้องจัดดอกไม้อะไรมากมาย  ถ้าเป็นที่บ้านตัวเองก็จะมีดอกไม้ที่เหลือจากที่จัดให้ลูกค้า  หรือถ้าได้ไปตลาดซื้อของให้ลูกค้าแล้วเจออะไรสวยๆ ก็ซื้อมาปักแจกัน เป็นอะไรที่เล็กๆ ง่ายๆ ไม่มีการจัดแบบวิจิตรพิสดาร เพราะดอกไม้ที่อยู่บ้านเราก็รู้ว่าเดี่ยวมันก็เน่า  เดี๋ยวมันก็มีกลิ่น  จึงทำให้ง่ายไว้ก่อน

อ้อมคิดว่าการจัดดอกไม้ที่บ้านไม่ควรที่จะทำให้ตัวเองลำบาก  น่าจะเป็นอะไรที่สบายๆ เช่น  ถ้าจะจัดแจกันที่บ้านก็เลือกรูปทรงแจกันที่ง่ายๆ เลือกดอกไม้ที่อยู่ทน เช่น เบิร์ดออฟพาราไดส์หรือดอกขิง ตัดตรงๆ แล้วปักใส่แจกันเลย  ไม่ต้องไปมัวคิดว่าจะพันโน่นนี่ คอยเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ ให้น้ำดูใสอยู่เสมอ ดูความเรียบร้อยของแจกัน ลิดใบแต่งใบให้เรียบร้อย แค่นี้ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้บ้านได้มากแล้ว

          

ที่ไม่ชอบอะไรที่ดูยุ่งยากก็อาจจะเพราะเป็นสิ่งที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็ก  คือจะเห็นคุณแม่ตัดดอกไม้จากในสวนมาปักแจกันจัดแบบง่ายๆ แล้วเอามาเป็นแบบให้คุณพ่อวาดรูป  ทำให้ชอบดอกไม้มาตั้งแต่เล็กๆและชอบที่จะใช้ดอกไม้ในสวน  ยิ่งพอได้มาทำอาชีพที่ต้องอยู่กับดอกไม้มากๆ  ทำให้รู้เลยว่าดอกไม้ที่ปลูกเพื่อขายกับดอกไม้ในสวนจะไม่เหมือนกัน

 

สำหรับอ้อม  ดอกไม้คืออะไรที่ทำให้เราสดชื่น  ถ้าอยู่บ้านจะปลูกดอกไม้ในสวนมากกว่าจัดแจกันในบ้าน เพราะมันสดชื่นกว่า แต่สำหรับบ้านใครที่ไม่มีสวน การมีแจกันดอกไม้เล็กๆวางไว้ในบ้าน ดึงธรรมชาติเข้ามาไว้ใกล้ๆ ก็น่าจะช่วยให้สดชื่นได้  และอ้อมว่าดอกไม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้บ้านสมบูรณ์ขึ้น  ไม่แห้งจนเกินไป

และนี่คือบทสรุปง่ายๆ เกี่ยวกับดอกไม้และแจกันของนักจัดดอกไม้มืออาชีพที่ทำให้เราคล้อยตามและรู้สึกใกล้ชิดกับดอกไม้ได้.......ง่ายขึ้น

 

จัดแจกันด้วยดอกไม้ใกล้ตัว

 

สำหรับใครที่อยากลองใช้ดอกไม้สร้างบรรยากาศสดชื่นในบ้าน  เราแอบถามคุณอ้อมขวัญถึงเคล็ดลับการจัดแจกันจากดอกไม้ที่หาได้ในระแวกบ้านมาฝากกันด้วย

ดอกอะไร

ก่อนที่จะรู้วิธีการจัดควรต้องดูก่อนว่าในสวนของเรามีดอกอะไรอยู่บ้าง  หลังจากนั้นก็ตองรู้ว่าดอกอะไรที่นำมาใช้ได้หรือไม่ได้  ซึ่งปัจจัยที่ใช้ตัดสินก็อยู่ที่ความคงทนของดอกไม้ชนิดนั้นๆ นั่นเอง  ดอกไม้ที่คุณอ้อมแนะนำว่าใช้ได้แน่นอนก็อย่างเช่น เล็บมือนาง  เฟื่องฟ้า  กุหลาบพวง เข็ม เข็มอินเดีย ผกากรอง พวงคราม พุด และยี่โถ เป็นต้น  จะเห็นว่าดอกไม้เหล่านี้ล้วนหาได้ง่าย ( ทั้งจาก ) ในสวนบ้านเรา ( และสวนเพื่อนบ้าน ) หากใช้ดอกไม้บ้านเราเบื่อแล้วก็ลองตัดไปแลกกับเพื่อนบ้านบ้างก็ดีค่ะ แต่นอกเหนือจากดอกไม้ที่ว่ามา  หากยังไม่แน่ใจว่าต้นไม้ดอกไม้ที่บ้านสามารถนำมาปักแจกันได้หรือไม่ ก็ต้องลองดูค่ะ โดยอาจจะปักใส่แจกันเล็กๆ ดูก่อน  หากดอกไม้เหี่ยวภายในสองชั่วโมงก็ไม่ควรนำมาใช้  แต่ถ้าอยู่ได้ 2-3 วันขึ้นไป ก็ตัดมาปักแจกันได้เลยค่ะ

หอม         ม............

ดอกไม้ที่ตัดจากในสวน  นอกจากจะไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อหามาแล้ว ยังมีกลิ่นหอมโชยให้พอชื่นใจอีกด้วย  ที่สำคัญเป็นกลิ่นหอมที่สูดดมได้เต็มปอดเสียด้วยสิค่ะ เพราะปลูกในบ้านเราเอง มั่นใจได้ว่าไม่มียาฆ่าแมลงหรือฟอร์มาลินแน่นอน คุณอ้อมเล่าให้ฟังว่า ที่บ้านของคุณพ่อเธอปลูกดอกนางแย้ม ตัวดอกจะรวมเป็นช่อคล้ายดอกมะลิ  เมื่อตัดดอกมาสั้นๆ ใส่น้ำไว้กลิ่นจะหอมมาก แต่คนรุ่นใหม่อาจจะไม่คุ้นชื่อ เพราะคนไม่ค่อยนิยมปลูกกัน เนื่องจากที่ต้นจะมีมดแดงเยอะ หากหานางแย้มไม่ได้อาจจะใช้ดอกพุด  มะลิ  หรือจำปีจำปา มาปักแจกันแทน ก็จะได้กลิ่นหอมชื่นใจไม่แพ้กัน           

 

สวย  สด  นาน

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้ดอกไม้สวยสดอยู่ได้นานนั้นเริ่มตั้งแต่ตอนตัด 

คุณอ้อมแนะนำว่าคุณอาจถือกระป๋องใส่น้ำไปด้วย  เมื่อตัดดอกไม้จากต้นก็ให้ปักลงน้ำทันทีให้มีช่วงเวลาที่ดอกไม้อยู่ในอากาศน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปในก้าน เพราะอากาศจะขัดขวางการดูดซึมของน้ำ ทำให้ดอกไม้เหี่ยวเร็ว นอกจากนี้ควรเปลี่ยนน้ำทุกๆ 2-3 วัน เพื่อให้น้ำใสและช่วยให้ดอกไม้สดได้นานขึ้นด้วยค่ะ

ลือกแจกัน

การเลือกแจกันให้เหมาะกับดอกไม้เป็นสิ่งสำคัญ  ดอกไม้พื้นๆ สามารถจัดให้ดูสวยได้ ขึ้นอยู่กับการเลือกแจกันให้เหมาะสม  หากเป็นดอกขนาดเล็กที่ก้านไม่แข็งนัก  อาจจะเลือกใช้แจกันหรือแก้วน้ำใบเล็กๆ หากเป็นไม้เลื้อย แนะนำให้ใช้แจกันทรงกลม  แล้วแล้วเอาเข้าไปขดในแจกัน  หรือเอาไปพันที่ปากแจกันแล้วเอาก้านแช่ไว้ในน้ำ ก็ช่วยให้ดูอ่อนหวานดี สำหรับดอกไม้บางชนิดที่มียาง เมื่อนำมาปักใส่แจกัน  ยางของดอกไม้จะทำให้น้ำขุ่น  อาจจะเลี่ยงไม่ใช้แจกันใสเปลี่ยนมาใช้แจกันสีขุ่นหรือแจกันเซรามิกแทนก็ได้

 
Photo: ฤทธิรงค์-ณัฐพล  Story: ภัทรสิริ อภิชิต 
© Ormkwan Sanasen 2008