ormkwansanasen
anywhere
February 2008
Special Hideaway
page
48-53
 
  back to press

 

Al Medina beach House

Moroccan Hideaway at Chanthaburi

ยอดโดมขาวตัดผืนฟ้าสีจัดบบอาคารสองชั้นเคลือบสีขาวสะอ้านตา

เป็นสถาปัตยกรรมส่วนหน่งของบ้านพักตากอากาศชายทำเล ในกลิ่นอายโมร็อคคันผสานรูปแบบเมดิเตอร์เรเนียน และอวลเสน่ห์อินตะระเดีย กลายเป็นของแปลกใหม่ให้ต้องเวียนตามองไม่ถ้วนครั้ง

ที่สุดปลายหาดคุ้งวิมาน จังหวัดจันทบุรี อันเจือไว้ด้วยความเซ็กซี่ของหาดทรงระทวยคดโค้ง ยวนสายตา ได้รับการหยอกเย้าอารมณ์มากกว่าเดิม เมื่อวันหนึ่ง Al Medina Beach House ได้ฤกษ์เบิกโรงเป็นนางเอกในฉากใหม่ ซึ่งหากจับใครสักคนปิดตาแล้วพามาปล่อยไว้ที่นี่ เมื่อดวงตาไร้เครื่องพันธนาการ ภาพที่เห็นตรงหน้าอาจทำให้ไพล่คิดไปว่ากำลังยืนอยู่ ณ เมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่ใดสักแห่ง

Al Medina Beach House ถือกำเนิดจากโมงยามเปี่ยมความทรงจำของคุณอังคนา จิตต์สนิทกุล และคุณณมน ซำศิริพงษ์ ผู้เป็นเจ้าของ ผู้ตกหลุมรักเมืองที่กลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่ยังอวลอยู่ในบรรยากาศ เมื่อครั้งเดินทางไปยังประเทศโมร๊อคโค แม้แต่ชื่อบ้านตากอากาศหลังนี้ ก็หยิบยืมมาจากคำว่า Medina ที่ใช้เรียกขานเขตเมืองเก่าในแต่ละเมืองของประเทศ การออกแบบตกแต่งทั้งหมดจึงอยู่ในสองมือของเธอทั้งคู่ที่ไม่เพียงแต่จำลองรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เน้นโดมและทรงโค้งหลากรูปแบบมาสู่บ้าน Al Medina  เท่านั้น หากยังผสมผสานเครื่องเรือนสไตล์อาหรับโบราณกับเสน่ห์เมดิเตอร์เรเนียนเข้าด้วยกันได้อย่างไม่ขัดเขิน

 

 

เสน่ห์โมร็อคคันอวดสายตาตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้า ด้วยน้ำพุโบราณอายุกว่าร้อยปี ที่ประกอบร่างจาก Zilij กระเบื้องสีชิ้นจ้อยที่เรียงด้วยมือจากกรุงราบัต เมืองหลวงของประเทศโมร็อคโค ห้องพักจำนวนน่าเอ็นดูเพียง 9 ห้อง ทำให้คำว่าบ้านพักตากอากาศ ทำให้คำว่าบ้านพักตากอากาศ เป็นคำเรียกขานที่ตรงใจมากกว่าคำใด ยิ่งเมื่อประกอบกับรอยยิ้มและความใส่ใจใกล้ชิดจากเหล่าพนักงาน ก็ยิ่งทำให้วันเวลาในบ้าน Al Medina ผ่านไปอย่างอุ่นละไม

กุหลาบสีม่วงอ่อนในแจกันแก้วใสช่วยเติมความหวานในส่วนต้อนรับชั้นล่าง ที่บทบาทจริงแท้คือห้องนั่งเล่นอบอุ่น ไอแดดลอดหน้าต่างฉลุทรงโค้งแบบโมร็อคคัน แรผนังสีขาวสว่างให้เรื่อเหลือง ขับกาพร้อมจอกทองเหลืองจากเมืองคาซาบลังคาบนโต๊ะไม้ให้ขึ้นเงาใส หมอนพราวลายพิมพ์แบบอินเดียกองเป็นกลุ่ม เหมาะเอนหลังพัก หูสดับฟังเพลงท่วงทำนองเริงรื่นจากลำโพงคุณภาพเยี่ยม ที่ปล่อยเสียงไหลเรื่อยดั่งเป็นเนื้อเดียวกับสายลม แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็น
Tarjine Restaurant  เสิร์ฟอาหารไทยเทศทั้งหลักและเบาตามแต่ปราถนา ใครพิสมัยความอร่อยเคล้าอากาศกลางแจ้งสามารถเลือกที่นั่งที่โต๊ะเก้าอี้ไม้ริมหาด รับไรแดดจางที่ลอดผ่านแมกไม้ใหญ่ ยินเสียงคลื่นทำเลอ้อยอิ่งก็เข้าที

ฟื้นปูนเปลือยขัดมันทอดจากชั้นล่างเรื่อยสู่บันไดขึ้นชั้นสอง ประดับตามขั้นด้วยกระเบื้อง Zilij เรียงตัวตรงขอบ อีกหนึ่งรายละเอียดจ้อยกระจิ๊ด กาหบ่งบอกถึงความปราณีตในการตกแต่ง โถงเล็กๆบนชั้นสอง คือ พื้นที่แสนสบายจัดวางโต๊ะเขียนหนังสือหน้าตาขึงขัง เพียงชำเลืองก็รู้ว่าเป็นอีกหนึ่งของเก่าที่เก็บเกี่ยวมาจากแดนไกล ถัดไปคือชั้นสูงติดผนัง เรียงหนังสือและแผ่นภาพยนต์สำหรับให้บริการ ใกล้ๆคือเครื่องแม็คจอใหญ่ทันสมัยพร้อมบริการอินเตอร์เน็ตสำหรับนักพักผ่อนที่ต้องการแวบไปเยือนโลกถายนอกสักอึดใจ

ห้องพักทั้ง 9 ผินหน้ารับวิวทะเลทุกห้อง แต่ละห้องตกแต่งต่างกันสิ้น กระจายตัวอยู่ทั้งสองชั้น คำว่า Superior Deluxe หรือ Suite มิใช่ภาษาที่ถุกบัญญัติสำหรับ Al Medina เพราะห้องทั้ง 9 ต่างแสดงเอกลักษณ์ของตน

 

อย่างชัดเจน Essaouira, Asilah, Rabat, Sale, Meknes, Marrakech, Fez, Tangier และ Casablanca คือ 9 ชื่อห้องพัก ตั้งตามชื่อเมืองในโมณ็อคโค หากใครพิสมัยทั้งทำเลงามและภูเขาเขียวครึ้ม ห้อง Marrakech เป็นตัวเต๊งอันดับหนึ่ง ด้วยมีกระจกใสที่มอบวิวทะเลถึงสามด้าน แถมโตรกผาตระหง่านเบื้องหลัง เตียงหลังน้อยซุกตัวหลังประตูไม้จากอินเดีย ที่ถึงจะบุร่ำบุราญ หากไม่มีเสียงบานพับเอี๊ยดอ๊าดให้รำคาญใจ เพราะเป็นประตูที่เปิดปิดโดยอาศัยเบ้าและลูกปืนด้านบนยึดไว้ตามขนบสถาปัตยกรรมเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว กลางห้องคือเตียงใหญ่วางบนยกพื้นเตี้ยๆ ริมผนังวางตู้ไม้ศิลปะโมร็อคคัน ที่สลักลวดลายอ่อนช้อยช่วยทอนความแข็งแกร่งของเครื่องเรือนอินเดียให้เบาบางลง

 
เครื่องเรือนเอกอีกประการที่สวยนิ่งอยู่ตามจุดต่างๆ คือประดาโคมไฟหลากที่มา ทั้งโมร็อคโค อินเดีย ตุรกี แม้แต่ห้อง Fez ก็ตั้งชื่อเพื่อระลึกถึงโคมไฟกลางห้องที่ได้มาจากเมือง Fez จริงๆ ไม่เพียงห้องนี้จะถูกตกแต่งด้วยโคมไฟลายฉลุบนเนื้อกระจกสีเท่านั้น หากยังเป็นเพียงห้องเดียวที่มีอ่างจากุซซี่ที่ระเบียงนอกห้องไว้จุ่มกายาประชันหน้ากับท้องทะเล หากใครที่มาทะเลโดยพกความโรแมนติกติดตัวมาด้วย ห้อง Casablanca จะเติมรสหวานในอารมณ์จนปรี่เต็ม โทนสีขาวที่ถุกใช้เป็นหลัก
 

เมื่อจับคู่กับม่านกรุยกรายที่รวบเกลียวอยู่หน้าอ่างน้ำขาสิงห์ ในส่วนอาบน้ำที่เปิดเปลือยเซ๊กซี่ บรรยากาศของห้อง Casablanca จึงถูกคลี่คลุมด้วยอารมณ์นุ่มนวลและยวนเย้าไปพร้อมๆกัน ส่วนในสุดของห้องน้ำคือประตูเตี้ยๆเปิดออกไปสู่ลานอาบน้ำกลางแจ้ง เหนือขึ้นไปคือบันไดเล็กทอดสูงไปโผล่ ณ ดาดฟ้า จุดพิเศษสำหรับดินเนอร์หรือนั่งสวีตมองอาทิตย์จมทะเล

ถัดจากดาดฟ้าส่วนตัวของห้อง Casablanca คือดาดฟ้าส่วนกลางที่มีจุดดึงสายตาอยู่ที่เตียงโบราณ และโดมกลมพุ่งสู่ฟ้า โพส์ตท่างามๆให้โดมขาวเป็นฉากหลัง ไว้เล่นยี่สิบคำถามกับผองเพื่อนว่าถ่ายที่ใดในเมืองไทย พื้นที่ดาดฟ้ากว้างขวางพอสำหรับจัดปาร์ตี้ใต้แสงจันทร์ งานแต่งงานหวานเก๋ หรือแม้แต่นั่งจิบไวน์เงียบงันใต้แสงดาว คุยเรื่องรื่นใจเบาๆ คลอเคล้าลมทะเลยามดึก

บัทเลอร์ส่วนตัว หรือกระทั่งเครื่องอำนวยความสะดวกล้ำสมัยทุกอณู มิใช่ปัจจัยหลักสำหรับวันพักผ่อน ณ ที่นี้ หาดทรายสีน้ำตาลกับน้ำทะเลใสสะอาดเป็นภาพประกอบจากธรรมชาติต่างหากที่รอให้คุณมาเป็นตัวเดินเรื่อง ไม่ว่าจะด้วยอยากหลบลี้จากความวุ่นวายในเมืองใหญ่สักพัก ได้จ่อมตัวเงียบเชียบละเลียดเวลาอย่างเกียจคร้านไปกับหนังสือเล่มโปรด ฟังเพลงเฉพาะต้องใจจาก ipod คู่กาย

 

แรงบันดาลใจจากการเดินทางของใครคนหนึ่ง ก่อให้เกิดที่พักในบุคลิกแสนหวาน ที่ใครต่างก็ฉงนในรูปแบบและตำแหน่งที่วางตัวอยู่ จากภาพฝันส่วนตัวกลายเป็นความจริงอันเปี่ยมเสน่ห์ ซึ่งดลใจให้ใครอีกหลายคนต้องมาสำผัส Al Medina Beach House ประหนึ่งได้มาเยือนบ้านเพื่อนสนิทที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเล่าขาน

 

Special Thanks

คุณอ้อมขวัญ สาณะเสน กับดอกไม้แสนสวย ที่บันดาลบรรยากาศ Al Medina Beach House  ให้อบร่ำไปด้วยความหวานชวนประทับใจ

Photo: น้ำเพชร วรกานนท์                

Story: นิธินาฎ ปุโรทกานนท์  

© Ormkwan Sanasen 2008